เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ (2022) ที่ผ่านมา ผู็เขียนได้มีโอกาสเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักศึกษาเทียบระดับ ม. ต้น และ ม. ปลาย ที่ศูนย์ กศน. อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เรื่องราวที่ได้นำเสนอในวันนั้นมีหลายเรื่องตามกรอบเวลาที่ได้รับมอบหมาย โดยหัวข้อเรื่องแรกที่นำเสนอในวันนั้น คือ การทำสบู่ดิบจากน้ำมันพืชซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก
พูดถึงประวัติของสบู่
วันนั้นผู้เขียนเริ่มต้นด้วยเรื่องของประวัติของสบู่ คนไทยรู้จักสบู่มาไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากชาวโปตุเกตชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาค้าขายในแผ่นดินไทยสมัยอยุธยาตอนต้น คำว่า "สบู่" จึงไม่ใช่คำไทแท้ แต่เป็นคำที่มากจากคำว่า "sabão" ในภาษาโปตุเกต ดังนั้นคนไทจึงรู้จักวิธีใช้สบู่ซักผ้า, ล้างถ้วบชามหม้อไห และใช่ชำระล้างร่างกายมาไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ปีเช่นกันและเนื่องจากชาวโปตุเกตคบค้ากับชาวไทเป็นเวลานาน ทำให้มีคำไทบางคำที่มาจากภาษาโปตุเกตเช่น คำว่า "กระดาษ" เป็นต้น นอกจากนี้ขนมไทที่เราคุ้นเคยหลายอย่างที่มีจุดเริ่มต้นมาจากชาวโปตุเกต เช่น ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง เป็นต้น แต้มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง คือ แม้สบู่จะอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน แต่ทุกวันนี้กลับมีคนไทยน้อยคนที่รู้จักวิธีทำสบู่หลักการทำสบู่
วิธีการทำสบู่ถ้าพูดกันแบบภาษาชาวบ้านจะมีวิธีการง่ายๆ คือเอากรดไขมัน (น้ำมันพึชหรือน้ำมันสัตว์) ผสมกับด่างจัดที่ละลายในน้ำ จะได้ผลเป็นสบู่ที่จะนำมาใช้ ในทางเคมีถือว่าเป็นเกลือของไขมัน สารด่างที่นิยมใช้จะมี 2 อย่าง โดยอย่างแรกคือโซดาไฟ หรือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ซึ่งจะได้เป็นสบู่แข็งที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปกรดไขมัน + (NaOH + น้ำ) =========> สบู่ก้อนทึบ
หมายเหตุ การทำสบู่ใส หรือ กรีเซอรีน จะใช้กรดไขมันทำปฏิกิริยากับโซดาไฟเช่นเดียวกับสบู่ก้อนทึบ แต่ใช้ แอลกอฮอร์ (100%) เป็นตัวทำละลายแทน น้่ำ
กรดไขมัน + (NaOH + แอลกอฮอร์) ========> สบู่ก้อนใส หรือ กรีเซอรีน
สารด่างอีกชนิดหนึ่งที่มักนำมาใช้ทำสบู่คือ โปรแตสเซี่ยมไฮดรอกไซด์ (KOH) ซึ่งจะได้เป็นสบู่เหลว ปัจจุบันไม่ค่อยพบเห็นในท้องตลาด ส่วนสบู่เหลวที่ขายในท้องตลาดจะทำมาจากสารประกอบ SLES จากอุตสาหกรรมปิโตเลี่ยมตระเตรียมการ
สูตรมาตรฐานที่ผู้เขียนใช้ในการสอนทำสบู่ จะต้องเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้- น้ำมันพีช/น้ำมันสัตว์ จำนวน 1 ลิตร
- น้ำสะอาดประมาณ 250 ซี.ซี.
- โซดาไฟ ประมาณ 250 กรัม (ประมาณ 2 ขีดครื่ง)
- กระทะเหล็ก หรือหม้อหุงต้มที่เป็นเหล็ก หรือสแตนเลส สำหรับอุ่นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์
- เตาสำหรับอุ่นน้ำมันพืช หรือ น้ำมันสัตว์
- ภาชนะสำหรับละลายโซดาไฟในน้ำ (โถพลาสติก, โถแก้ว หรือหม้อสแตนเลส
- ไม้พายสำหรับกวน
- แบบพิมพ์สำหรับขึ้นรูปสบู่ก้อน (เวลาสอนจะใช้แก้วกระดาษสำหรับชงกาแฟทำแบบ เมื่อเสร็จงานจะแจกจ่ายให้นำกลับไปใช้)
หมายเหตุ อุปกรณ์ที่จะนำใช้ทำสบู่ทั้งหมด ห้ามเป็นอลูมิเนียม หรือมีอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ เด็ดขาด
ลงมือทำสบู
ในการสาธิตการทำสบู่ผู้เขียน จะเริ่มต้นด้วยการละลายโซดาไฟในน้ำ (ใส่โซดาไฟก่อนแล้วเทน้ำตาม) ระวังอย่าให้กระเด็นถูกมือหรือเข้าตา คนให้โซดาไฟละลายน้ำจนหมดขั้นตอนต่อมา จะนำน้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ที่จะมาใช้ทำสบู่ มาเทลงกระทะอุนบนเตาไฟ พออุน หรือพอยังเอาแตะกระทะได้ (ประมาณ ๗๐ องศษเซลเซี่ยส)นำน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ที่อุ่นลงจากเตา แล้วเทน้ำโซดาไฟลงในน้ำมัน ใช้ไม้พายคนจนกว่าจะได้เป็นของเหลวค้น จากนั้นรีบเทใส่แบบพิมพ์ทำก้อนสบู่ ทิ้งไว้จนของเหลวที่ได้จับตัวเป็นก้อนแข็งหรือเป็นก้อนสบู่ (ใช้เวลา 1 ภึง 2 ชั่วโมง หรือมากกว่า)สบู่ที่ได้จะเป็นสบู่ดิบ สามารถนำไปใช้ซักผ้า หรือใช้ล้างภาชณะต่างๆ ได้ แต่ห้ามนำไปใช้ชำระร่างกาย ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากโซดาไฟจะทำปฏิกิริยากับน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์อย่างช้าๆ กว่าเสร็จสมบูรณ์จะ่ใช้เวลานานประมาณ 3 เดือน (โซดาไฟจะหมดฤทธิ์พอดี)





