MyBanner

payup.video

Surfe.be - Banner advertising service

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

กระบวนการผลิตกาแฟสดที่บ้านฉัน




          คำว่า "กาแฟ" ที่เราพูดกันในภาษาไทยทุกวันนี้ ไม่ใช่คำภาษาไทยเนื่องจากกาแฟไม่ใช่พื้นท้องถิ่นแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดแถบทวีปอเมริกาใต้
ชนชาติโปรตุเกสซึ่งเป็นชนชาติแถบยุโรปชนชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยอยุธยาตอนต้น และได้นำกาแฟมาให้คนไทยอยุธยารู้จัก คนไทยจึงใช้คำว่ากาแฟซึ่งเป็นการเลียนเสียงคำว่า "café" ในภาษาโปรตุเกส
สำหรับที่บ้านผู้เขียน สวนกสิกรรมธรรมชาติ ไร่นาป่าผสม บ้านแม่ทำ สีทา (Tam Seeta Nateral Farm) พื้นที่รอบบ้าน ทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชการที่ ๙ คือปลูกป่า ๓ อย่างประโยชน์ ๔ อย่าง ประกอบด้วยป่าของกิน, ป่าไม้ฟืนไม้ใช้สอย, และป่าไม้สร้างบ้าน พืชชนิดหนึ่งที่นำมาปลูก คือ ต้น กาแฟ โดยมีเป้าหมายเพื่อเก็บผลไว้้้้้้้้้้้้้ทำกาแฟคั่วบดไว้กินในครัวเรือน แต่ก็ได้ขายทุกปี
สำหรับ
สายพันธ์ที่ปลูกส่วนใหญ่จะเป็น โรบัาต้าและมีอะราบีก้า ผสมด้วย เนื่องจากซื้อต้นพันธ์ุกาแฟชุดแรกมาทั้งสองสายพันธุ์ พอออกลูกรุ่นแรก ก็ได้ทำการเพาะขยายพันธุ์ปลูกจนเต็มพื้นที่กว่าพัรต้น และยังเพาะกล้าปลูกขยายต่อเนื่องทุกปี กาแฟเมื่ออยู่ในไม้ ๕ ระดับชั้นของป่า ๓ อย่างประโยชน์ ๔ อย่าง จัดเป็นไม้ชั้นกลาง คือเป็นต้นไม้พุ่มที่สองประมาณ ๒ เมตร ทุกๆ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายนของทุกปีโดยประมาผลกาแฟจะทยอยสุก ซึ่งเราจะเก็บเฉพาะลุกสุกแดง มาทำกระบวนการทำกาแฟสด ซึ่งวิธีการที่เราทำจะเรียกว่า การทำฮันนี่โพรเซส (Honey Process) ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ นำลูกสุกที่เก็บรวบรวมไว้ มาล้างทำความสะอาดฝุ่นและเศษขยะออกจากผลกาแฟ

ขั้นตอนที่ ๒ จะนำผลกาแฟสุกที่ล้างทำความสะอาดแล้ว มาทำการแยกเปลือก หรือทำให้ผลกาแฟแตกออก โดยที่บ้านผู้เขียนจะใช้เครื่องปดพริกแห้งแบบมือหมุน มาประยุกต์ทำเป็นอุปกรณ์แยกเปลือก โดยตั้งจานบดของเครื่องบดให้ห่างพอเมล็ดกาแฟลอดได้ 


ขั้นตอนที่ ๓ จะนำผลกาแฟที่แยกเปลือกแล้วมาแช่น้ำสะอาดพร้อมกับเปลือก ทิ้งไว้สองคืน เพื่อให้น้ำตาลที่เปลือกผลกาแฟซึมเข้าไปที่เมล็ดกาแฟ


ขั้นตอนที่ ๔ หลังจากแช่น้ำไว้สองคืนก็จะนำมาคัดเลือกเปลือกของผลกาแฟทิ้ง (ทำปุ๋ย) เลือกเฉพาะเมล็ดในกาแฟ (bean) ทำการล้างให้สะอาดแล้วนำไปตากให้แห้งสนิท ซึ่งใช้เป็นอย่างน้อย ๔ - ๕ วัน หรือเป็นอาทิตย์


ขั้นตอนที่่ ๕ เมล็ดกาแฟที่แห้งแล้ว ส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ทำกินในครัวเรือนระหว่างปี ส่วนหนึ่งจะเตรียมนำไปคั่วไว้ชงดื่ม หรือขาย โดยเมล็ดกาแฟที่ตากแห้งแล้ว จะมีส่วนกะลากาแฟหุ้มอยู่เราต้องแยกส่วนกะลานี้ออก ซึ่งผู้เขียนประยุกต์ใช้เครื่องบดพริกแห้งตัวเดิม ทำเป็นเครื่องแยกกะลากาแฟออกจากเม็ดในกาแฟโดยตั้งจานบดให้ชิดกว่าตอนแยกเปลือก


ขั้นตอนที่ ๖ ทำการคั่วเมล็ดกาแฟ เมื่อทำการแยกกะลากาแฟ และฝัดทำความสะอาดเมล็ดกาแฟแล้ว ก็จะนำมาคั่วในกระทะตั้งบนเตาถ่าน โดยการคั่วจะคั่วกลางค่อนข้างเข้ม เพื่อให้ได้รสขมเล็กน้อยของเมล็ดกาแฟไหม้ แต่ยังคงสารคาเฟอีนพอเหมาะกับการบริโภค (ครอบครัวชอบรสชาดประมาณนี้)


ขั้นตอนที่ ๗ นำเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จมาบด ผู้เขียนก็ยังคงใช้เครื่องบดพริกแห้งตัวเดิม ทำการบดโดยตั้งจานบดให้ชิดกัน การบดเมล็ดกาแฟคั่วจะบดซ้ำสองครั้ง เพื่อให้ได้ผงกาแฟที่ละเอียดเนียนตามที่ต้องการ


สำหรับการชงกาแฟ อาจจะกาต้มกาแฟเอสเปสโซ หรือใช้แก้วดริ๊ฟ หรือใส่ซองชาก็ได้ โดยปริมาณผลกาแฟที่นิยมกันโดยทั่วไป จะใช้ผงกาแฟประมาณ ๑๐ กรัมต่อ ๑ ช็อตหรือหนึ่งโดสกาแฟ

TraffiG Banner exchange.

payup.video

Surfe.be - Banner advertising service

Sufe.be

Surfe.be - Banner advertising service

faucetpay.io

Surfe.be - Banner advertising service